จุดเริ่มต้นของอาการใจอ่อน ในโลกของความสัมพันธ์
เคยเป็นหรือเปล่า เวลาที่มีคนขอให้ช่วย ปากมันไว ให้พูดว่าได้เลย ทั้งที่งานตัวเองก็ท่วมหัวอยู่แล้ว พอวางสายหรือแยกตัวออกมา ความรู้สึกผิด ก็ลอยขึ้นมาจุกที่หน้าอก นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่นักจิตวิทยาเรียกมันว่า "การตอบสนองแบบประจบประแจง" (Fawning) ซึ่งมันฝังรากอยู่ใน สัญชาตญาณ ของเรา ลึกกว่าที่คิด
กลไกการเอาตัวรอดที่สี่ เมื่อสู้ไม่ได้หนีไม่พ้น
ที่ผ่านมาเราเข้าใจว่า เมื่อมนุษย์เจอภัยคุกคาม เราจะมี 3 ทางเลือก คือ สู้ (Fight), หนี (Flight), หรือหยุดนิ่ง (Freeze) แต่โลกจิตวิทยามีความลับที่สี่ นั่นคือการ ประจบประแจง (Fawn) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดมาก
เช็กสัญญาณอาการประจบประแจง:- พยายามทำให้ตัวเองมีประโยชน์ ทั้งที่ไม่ได้ถูกขอ
- ลบล้างขอบเขตส่วนตัวทิ้ง เพื่อรักษาบรรยากาศให้สงบ
- พยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคน เพราะกลัวโดนเกลียด
- เป็นนักพยากรณ์อารมณ์ ตลอดเวลา
รากเหง้าจากวัยเด็ก ในบ้านที่ตึงเครียด
พฤติกรรมนี้ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด แต่มันถูกหล่อหลอมจากอดีต ลองคิดถึงคนที่เติบโตมา ในบ้านที่ความโกรธน่ากลัว เด็กคนนั้นจะเรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าทางที่ ง่ายที่สุดในการผ่านแต่ละวัน คือการ "อย่าสร้างปัญหา" ต้องไม่ทำให้ใครกังวล จนสุดท้าย สิทธิในการพูดว่าไม่หายไป และเมื่อเวลาผ่านไป กลไกนี้ก็ทำงานเองโดยไม่รู้ตัว
ออกซิโทซินตัวร้าย ที่ทำให้เราปฏิเสธคนไม่เป็น
งานวิจัยทางจิตวิทยา ระบุชัดเจนว่า ร่างกายของเราตอบสนองด้วยเคมีบางอย่าง ที่ชื่อว่า ออกซิโทซิน (Oxytocin) หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ในสภาวะกดดัน ร่างกายจะผลักดันให้เราเข้าหาคนอื่น แทนที่จะเผชิญหน้าหรือต่อสู้ นี่คือแผนการลับของสมอง แต่ผลข้างเคียงคือเราจะ ไม่กล้าปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง
บทสรุปและทางออก เพื่อชีวิตที่สมดุล
การรู้เท่าทันการตอบสนองนี้ คือกุญแจสู่ความเป็นอิสระ การตอบสนองต่อความเครียด เราต้องหัดพูดคำว่าไม่ การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่า เราต้องลบตัวตนทิ้ง ลองให้ความสำคัญกับใจตัวเองก่อน แล้วคุณจะพบว่า มิตรภาพที่ยั่งยืน ไม่ได้มาจากการประจบประแจง อย่างแท้จริง